อนาคตแรงงานสั่นคลอน! เมื่อ AI พัฒนาก้าวกระโดดจนสำนักงานส่วนหลังของธนาคารอาจไม่จำเป็นอีกต่?

การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในอุตสาหกรรมทางการเงินระดับโลกกับการเข้ามาของระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะ

ระบบเศรษฐกิจภาคการเงินกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทว่าต้นเหตุของปรากฏการณ์ในครั้งนี้ไม่ได้มาจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำหรือภาวะฟองสบู่แตกแต่อย่างใด หากแต่เป็นการปฏิวัติเงียบทางเทคโนโลยีที่กำลังปรับเปลี่ยนโฉมหน้าของระบบการทำงานไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อหนึ่งในสถาบันทางการเงินชั้นนำระดับโลกที่มีเครือข่ายกว้างขวางได้ออกมายืนยันแผนการลดบทบาทของทรัพยากรมนุษย์

จากแถลงการณ์ล่าสุดมีการชี้แจงว่าจะมีการยุบตำแหน่งงานในส่วนปฏิบัติการลงราว 15 เปอร์เซ็นต์ อันเป็นแผนการดำเนินงานระยะยาวที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2030 โดยปัจจัยเร่งหลักคือการที่ระบบซอฟต์แวร์อัจฉริยะสามารถเรียนรู้และปฏิบัติงานแทนคนได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีต้นทุนที่ต่ำกว่า

เมื่อส่วนงานปฏิบัติการส่วนหลังกลายเป็นเป้าหมายแรกของการแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ

โครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจการเงินมักจะถูกขับเคลื่อนด้วยสองฟันเฟืองสำคัญ ส่วนแรกคือสำนักงานส่วนหน้าที่มีหน้าที่ในการพบปะติดต่อกับลูกค้าและนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และกลุ่มเจ้าหน้าที่สนับสนุนที่ดูแลงานระบบฐานข้อมูล การจัดการบัญชีรวมถึงงานธุรการทั้งหมด

ถึงแม้ว่าสำนักงานส่วนหลังจะเป็นกลไกหลักในการรักษาความปลอดภัยและความถูกต้องของข้อมูล ทว่าสัดส่วนงานในฝ่ายนี้มักจะเป็นกิจกรรมที่ซ้ำซาก มีขั้นตอนที่ชัดเจน และต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอย่างละเอียด ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงทำให้ตำแหน่งงานในกลุ่มนี้กลายเป็นเป้าหมายแรกสุดที่ระบบปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาแทนที่

จากแถลงการณ์ขององค์กรระบุชัดเจนว่า การลงทุนในเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงและเอไอคือสิ่งจำเป็น ซึ่งข้อเท็จจริงที่ซ่อนอยู่คือสัดส่วนการจ้างงานคนจะลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาทำหน้าที่ทดแทนอย่างสมบูรณ์

ส่องศูนย์ปฏิบัติการหลักในต่างประเทศและข้อจำกัดในการโยกย้ายสายงานของบุคลากร

การลดพนักงานจำนวนกว่า ลิงก์อ้างอิง 7,800 ตำแหน่งภายในกรอบเวลาที่กำหนด หมายถึงการหายไปของงานเฉลี่ยปีละนับพันอัตรา ซึ่งปัจจุบันศูนย์กลางงานสนับสนุนของธนาคารกระจายตัวอยู่ในประเทศที่มีต้นทุนค่าจ้างแรงงานค่อนข้างต่ำ

แม้ว่าทางต้นสังกัดจะมีการประกาศนโยบายเยียวยาโดยการพยายามปรับเปลี่ยนตำแหน่งงานภายในองค์กร แต่ความจริงในโลกการทำงานพบว่าการเปลี่ยนผ่านสายงานจากงานระบบเอกสารดั้งเดิมไปสู่งานด้านเทคโนโลยีชั้นสูงนั้นมีช่องว่างที่กว้างมาก

ส่งผลให้ความรู้และความเชี่ยวชาญที่เคยมีมูลค่ามหาศาลในอดีต กำลังเสื่อมมูลค่าลงด้วยความเร็วที่น่าตกใจ

การสำรวจแนวโน้มของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างแรงงานทั่วโลก

สิ่งที่น่ากังวลใจมากที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบันไม่ใช่ตัวเลขของธนาคารแห่งนี้เพียงแห่งเดียว แต่เพราะนี่คือคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่ที่กำลังแผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจสากล

เราจะเห็นได้ว่าธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในบางประเทศเริ่มมีการลดจำนวนแรงงานชั่วคราวลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ฝ่ายบริหารของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีระดับโลกก็มีการประกาศเลิกจ้างพนักงานอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

ภาพรวมที่ชัดเจนขึ้นทุกวันคือ ยักษ์ใหญ่ทางธุรกิจกำลังโยกย้ายงบประมาณจากการจ้างคนไปลงทุนในระบบเอไอ

คำถามสำคัญเรื่องเส้นทางการเติบโตสู่ตำแหน่งผู้บริหารในวันที่งานฐานรากถูกแทนที่ด้วยคอมพิวเตอร์

ความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโอกาสทางอาชีพของประชากรรุ่นใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน

เพราะตำแหน่งที่ระบบอัตโนมัติสามารถทำแทนได้ดีที่สุดคืองานระดับเริ่มต้นและงานระดับกลางที่เคยรองรับเด็กจบใหม่

ระบบตรวจสอบฐานข้อมูลและงานออกแบบที่มีรูปแบบตายตัวเริ่มถูกจัดการด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปแทนการใช้แรงงานคน

หากโอกาสในการเข้าทำงานในตำแหน่งพื้นฐานเพื่อเรียนรู้ระบบงานถูกปิดกั้นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และนี่คือโจทย์ข้อใหญ่ที่ทั้งสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐจำเป็นต้องเร่งหาคำตอบเพื่อปรับปรุงหลักสูตรให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง

กลยุทธ์และแนวทางการเอาตัวรอดของมนุษย์ในยุคที่ต้องทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์

ทว่าก่อนที่เราจะหมดหวังกับอนาคต มีมุมมองเชิงบวกอย่างหนึ่งที่ทุกคนควรทำความเข้าใจ อันเป็นกลไกธรรมชาติของตลาดทุนที่เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน รูปแบบการจ้างงานและประเภทของอาชีพก็จะมีการปรับเปลี่ยนตามไปด้วย

สิ่งที่ทำให้การปฏิวัติเอไอในปัจจุบันมีความน่ากลัวกว่าอดีตคือเรื่องของกรอบเวลาที่สั้นและเร็วมาก

ฉะนั้นมนุษย์ทำงานจึงจำเป็นต้องรู้ว่าทักษะประเภทใดที่จะยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในอนาคตอันใกล้ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และการตัดสินใจขั้นสูง: ความสามารถในการประเมินสถานการณ์ที่มีความคลุมเครือและไม่มีคำตอบที่ถูกผิดชัดเจนคือจุดเด่นของมนุษย์
  • ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์และการเป็นผู้นำ: การสร้างแรงบันดาลใจและการบริหารจัดการความขัดแย้งในองค์กรยังคงต้องพึ่งพาจิตวิทยาและความเป็นผู้นำสูง
  • ทักษะการทำงานและควบคุมระบบปัญญาประดิษฐ์: ความเชี่ยวชาญในการออกแบบคำสั่ง การตรวจสอบคุณภาพงาน และการนำเอาผลลัพธ์จากเอไอไปใช้งานเชิงกลยุทธ์คือโอกาสใหม่
  • ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในระดับลึกขั้นสูง: การมีความรู้ที่ลึกซึ้งและประสบการณ์เฉพาะด้านในสาขาที่ซับซ้อนยังคงเป็นเกราะป้องกันการถูกเลิกจ้างที่ดีที่สุด

กล่าวโดยสรุป การเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้หมายความว่าแรงงานมนุษย์จะหมดความหมายไปจากโลกธุรกิจ ตราบใดที่เราตระหนักรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงและไม่หยุดพัฒนาทักษะแห่งอนาคตอย่างต่อเนื่อง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *